การทำความดี มีได้ทุกโอกาส ความประมาททำให้พลาดจากความดี • ความดี ให้ความอิ่มใจในเบื้องหลังให้ความสมหวังในเบื้องหน้า • ความชั่ว ให้ความขุ่นใจในเบื้องหลังให้ความผิดหวังในเบื้องหน้า • ถ้าเมตตาเกินประมาณ จะพบคนพาลทั่วเมือง • ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุด • ถ้ากล้าจนเกินงาม จะพบรักความเดือดร้อน • มัวเมาในสิ่งที่ตนเองได้ หลงไหลในสิ่งที่ตนมี คือการสร้างเรือนจำขังตัวเอง • ถ้าทำมักง่าย จะวุ่นวายภายหลัง • ถ้าทำใจร้อน จะร้อนใจภายหลัง • เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้ เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี คือความเป็นอิสระในโลก • ถ้าเห็นแก่ได้ จะเสียใจภายหลัง • ถ้าเห็นแก่กิน จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม • ถ้าพูดพล่อย ๆ จะเสื่อมถอยความนับถือ • ถ้าสบายเมื่อหนุ่ม จะกลุ้มใจเมื่อแก่ • ถ้าทำตามใจชอบ จะได้รับสิ่งที่ไม่ชอบใจ • ถ้าทำบาปแลกบุญ จะขาดทุนเรื่อยไป • ถ้าเห็นแก่ธรรม สุขเลิศล้ำตลอดกาล • คนที่ไม่รักษาเวลา คือคนฆ่าตัวเอง • อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อนาคตคือความไม่แน่นอน • ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง • โกรธคนอื่น เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง • เมตตาคนอื่น เหมือนสร้างบ้านให้ตัวเอง • อย่าระแวงคนอื่น ยิ่งกว่าระวังตัวเอง • ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ • ที่พักครั้งสุดท้ายของชีวิต คือป่าช้า • ถ้าทำตัวแข่งกับสังคม ความล่มจมจะตามมา • ถ้าทำงานเห็นแก่หน้า จะพบกับปัญหาเรื่อยไป • ถ้าทำตัวเห็นแก่ได้ อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง • ถ้ากลัวเกินไป จะทำอะไรไม่สำเร็จ • ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมีเป็นคนโชคดีที่สุด • ถ้าขาดความพอดี จะเป็นหนี้ตลอดกาล • ถ้าหวังแต่ความสนุก จะพบความทุกข์มหันต์ • ถ้าขาดความยั้งคิด ชีวิตจะหมดความหมาย • ถ้าทำใจให้สงบ จะพบรักความสุขเยือกเย็น • ถ้ามีความพอดี จะเป็นเศรษฐีในเรือนยาจก • ถ้ามีแต่ความงก จะเป็นยาจกในเรือนเศรษฐี • ถ้ามีเมตตาจิต จะมีญาติมิตรทั่วบ้าน • จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น • ถ้าคิดถึงแต่ความหลัง จะพบรังแห่งความเศร้า • ถ้ามีแต่ความมัวเมา จะพบความปวดร้าวภายหลัง • ถ้าทำดีเพื่อเด่น จะถูกเขม่นจากญาติมิตร • ถ้าทำความดีด้วยน้ำจิต จะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย • ถ้าหวังพึ่งแต่คนอื่น จะต้องกลืนน้ำตาตัวเอง • อย่าทำตัวเป็นผู้รับฝ่ายเดียว จงทำตัวเป็นผู้ให้ด้วย • อย่าพยายามทำคนอื่นให้เหมือนใจเรา เพราะเราก็ทำให้เหมือนใจคนอื่นไม่ได้ • ถ้ารู้จักใช้เวลา ชีวิตจะมีค่ากว่านี้ • อย่าทำตัวให้เด่นกว่างาน จงพยายามทำงานให้เด่นกว่าตัว • อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน • อย่าพยายามทำสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้ • ถ้าไม่กินอยู่เท่าที่มี จะได้เป็นเศรษฐีเงินกู้ • ถ้ามั่วสุมกับอบายมุข จะพบความทุกข์ในเบื้องปลาย • ถ้าทำหูเบาเอาเขาว่า จะต้องน้ำตาตกใน • ถ้าพูดโดยไม่คิด เท่ากับพ่นลมพิษใส่คนอื่น • ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า • ถ้าต้องการความเป็นอิสระ ให้พยายามชนะตัวเอง • ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะพบกับความสุขได้ที่ไหน • ถ้าไม่ยอมปล่อยวาง จะพบกับความว่างได้อย่างไร • ถ้าหาความสุขจากความมัวเมา เท่ากับจังเงาในกระจก • ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย • ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร • ถ้าอยากเป็นคนมั่งมี อย่าเป็นคนดีแต่จ่าย • ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม • ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น • ถ้าอยากมีความรู้ อย่าลบหลู่อาจารย์ • ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ • ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม • ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ • เป็นอยู่เท่าที่มี ดีกว่าเป็นเศรษฐีเงินผ่อน • ทำการงานอยู่กับบ้าน ดีกว่าสุขสำราญในบ่อน • แสวงลาภจากการงาน ดีกว่าบนบานบวงสรวง • ไม้เท้าของคนเฒ่า ดีกว่าลูกเต้าอกตัญญู • รักกันฉันท์พี่น้อง ดีกว่าเงินทองเป็นไหน ๆ • ปิดปากไว้ไม่พูดจา ดีกว่านินทาเพื่อนบ้าน • ยอมลำบากเมื่อหนุ่ม ดีกว่าจะกลุ้มเมื่อแก่ • อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล • คอยตักเตือนตัวเอง ดีกวาเพ่งโทษคนอื่น • ทำความดีแล้วดัง ดีกว่าถูกชังเพราะทำชั่ว • ถ้ากินอยู่เกินฐานะ ชีวิตจะขรุขระเดือดร้อน • ยอมลำบากเมื่อตอนต้น ดีกว่ายากจนทีหลัง • เป็นอยู่อย่างหมดหวัง คือการขุดหลุมฝังตัวเอง • ชีวิตคือการต่อสู้ จงเป็นอยู่ด้วยความอดทน • ถ้าตกอยู่ใต้อำนาจยาเสพติด เท่ากับเผาชีวิตทั้งเป็น • ถ้ามัวเมาเอาแต่ดัง ชีวิตจะพังเพราะชื่อเสียง • ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่ อย่าเชื่อง่ายหูเบา • อำนาจวาสนา คือที่มาของความกังวล • โลกจะลุกเป็นไฟ เพราะใจขาดธรรมะ • ชีวิตจริง ไม่เหมือนฝัน • ถ้าชนะด้วยอาวุธ จะสิ้นสุดด้วยความแค้น ใช้ธรรมะชนะแทน ความขุ่นแค้นจะหายไป • ถ้าเสรีไม่มีเขต จะเป็นเหตุให้วุ่นวาย ถ้าเสรีตามกฎหมาย ความวุ่นวายสงบลง • ถ้าผู้ใหญ่ตามใจว่า จะชักพาให้เดือดร้อน ถ้าผู้น้อยฝืนคำสอน จะเดือดร้อนไปทั่วเมือง • ถ้าทำงานมุ่งเพื่อตัว จะหมองมัวชั่วชีวิต ถ้าทำงานเพื่ออุทิศ สิ้นชีวิตชื่อยังอยู่ • เป็นพระไม่สังวร จะถ่ายถอนความศรัทธา เป็นชาวบ้านไม่เสาะหา จะนำพาให้ล่มจม • ประชาธิปไตยตามใจว่า คือที่มาแห่งความวุ่นวาย • สังคมจะเป็นธรรม เพราะไม่เหยียบย่ำคนอื่น • คนไม่เคารพกฎหมาย เหมือนวัวควายไม่มีคอก • ดูบ้านเมืองดูที่ความสะอาด ดูประชาชาติดูที่ความสามัคคี • ดูคนดี ดูที่งาน ดูลูกหลาน ดูที่ความเคารพ • ดูหญิง ดูที่ความอาย ดูชาย ดูที่ความกล้าหาญ • ดูพระดูที่กิจวัตร ดูคฤหัสถ์ ดูที่ความขยัน • เพ่งโทษตนเป็นบัณฑิต เพ่งความผิดคนอื่นเป็นพาล • เสียเงินทองไม่เป็นปัญหา เท่ากับเสียเวลาและเสียใจ • ถ้าใช้กฎหมู่ จะอยู่อย่างรำคาญ ใช้อำนาจทางศาล จะสำราญทั่วเมือง • เห็นผู้ใหญ่ว่าโง่ เห็นนักเลงโตว่าฉลาด เห็นพ่อแม่ไม่สามารถ คืออุบาทว์บ้านเมือง • เห็นคุกเป็นบ้าน สุราบานเป็นเพื่อน บ้านเรือนเป็นศาลา คือที่มาของความวิบัติ • ส่งเสริมการพนัน แข่งขันความมั่งมี ไม่เชื่อคนแต่เชื่อผี จะมั่งมีได้อย่างไร • ความสุขโลกีย์ มีได้ชั่วคราว ความสุขยืนยาว ต้องเข้าหาธรรม • ปฏิรูปจะได้ผล ประชาชนต้องร่วมใจ • ถ้าจะทำงานเพื่อชาติ อย่าแสวงหาอำนาจเพื่อตัว • ถ้าจะทำงานเพื่อศาสนา อย่าแสวงหาอามิส • อยากให้ไทยคงเป็นไทย อย่าทำลายวัฒนธรรม • ความวิบัติของชาติ คือผู้มีอำนาจแตกสามัคคี • สังคมมากกว่าส่วนตัว ชีวิตครอบครัวจะเดือดร้อน • เป็นทุกข์เพราะความจน ดีกว่าทนทุกข์เพราะเป็นหนี้ • ประดับกายด้วยความดี มีราศีกว่าประดับเพชร • ฆ่าสัตว์ได้โทษ ฆ่าความโกรธได้บุญ • อยากจะหนีความทุกข์ อย่าหวังความสุขทางกาย • ปฏิวัติดัดนิสัย เป็นการแก้ไขที่ถูกต้อง • ถ้ารักประเทศชาติ อย่าถือโอกาสร่ำรวย • ถ้าอยากเป็นคนก้าวหน้า อย่ามัวอิจฉาคนอื่น • อยากเป็นชายจริงหญิงแท้ อย่าเปลี่ยนแปรประเพณี • คุณค่าของสัตว์อยู่ที่กาย คุณค่าหญิงที่ชายอยู่ที่ความประพฤติ • ภัยใหญ่ของชีวิต คือความคิดลุ่มหลง • ถูกบัณฑิตนินทา ดีกว่าถูกพาลายกย่อง • ถ้าไม่อยากให้ผิดหวัง ให้ระวังอย่าโลภ • ถ้าไม่อยากให้จิตวุ่นวาย ให้นึกถึงตายไว้บ้าง • ถ้าไม่อยากจะเศร้าโศก ให้มองโลกเป็นอนิจจัง • เป็นอยู่อย่างเกียจคร้าน จะล้างผลาญสมบัติ เป็นอยู่อย่างประหยัด จะได้สมบัติจากตัวเอง • เจริญทางวัตถุ จะคุกรุ่นเป็นไฟ เจริญทางจิตใจ จะแจ่มใสสงบ • มีธรรมเป็นอำนาจ จะปราศจากเวรภัย มีอธรรมเป็นใหญ่ เวรภัยจะตามมา • ความสุขแบบชาวโลก มีทุกข์โศกเป็นผล ความสุขอริยชน มีผลเป็นความสงบ • เลิกเห็นแก่ตัวได้เมื่อไร จะสุขใจเมื่อนั้น • ไม่ทำการงาน คบอันธพาล มั่วสุขสำราญ ไม่นานหมดตัว • มัวเมาอามิส หลงยาเสพติด ทำการทุจริต ยาพิษสังคม • อวดดื้อถือตน ไม่ฟังเหตุผล ยุแยงแฝงกล คือคนทำลาย • แก้ด้วยการเพิ่ม จะเสริมปัญหา แก้ด้วยปัญญา ปัญหาจะลด • โลกนี้สับสน เพราะคนมุ่งรบ โลกนี้สงบ เพราะเคารพธรรม • ขยันหมั่นไว้จะได้ดี แต่อย่ามีความโลภ • หวังได้ทรัพย์จากการพนัน คือความเพ้อฝันของคนสิ้นคิด • ความหลงไหลอบายมุข คือความทุกข์ของครอบครัว • ปัญหาเศรษฐกิจและจิตใจ ต้องแก้ไขพร้อมกัน • ทางพัฒนาที่ถูกทาง คือการเสริมสร้างคนดี • ดูคนดี ดูที่การกระทำ ดูผู้นำ ดูที่การเสียสละ • ศัตรูของประเทศชาติ คือประชาราษฎร์ขาดสามัคคี • ความคิดริษยา เหตุที่มาของการแตกแยก • ชีวิตที่ยุ่งยาก เพราะมีความอยากมากเกินไป • ทุกข์ยากที่อุปาทาน สุขสำราญที่ปล่อยวาง • หมั่นนึกถึงความตาย คืออุบายแห่งความไม่ประมาท • คนเกียจคร้านไม่ทำงาน เป็นคนพิการสากล • คนที่หวังพึ่งโชคชะตา เป็นคนปัญญาอ่อน • คนที่ท้อถอยเบื่อหน่าย เป็นคนตายก่อนหมดอายุ • คนที่มัวเมาเอาแต่เงิน จะห่างเหินจากญาติมิตร • กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด • ภัยที่น่ากลัวคือความตาย ทางแห่งความฉิบหายคือ อบายมุข • ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นหัวใจการพัฒนา • คนเก่ง ๆ มีมาก คนที่หายากคือคนดี • ความวิตกกังวลใจ เป็นโรคร้ายของชีวิต • ความยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นอุบายสร้างสันติ • ตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม สร้างค่านิยมที่ให้โทษ • ความง่ายอยู่ที่ปาก ความยากอยู่ที่ทำ • ทำดีไม่มีประมาณ ก่อความรำคาญให้คนอื่น • สู้รบแบบพุทธะ คือการเอาชนะตัวเอง • ระวังหูของเรา ดีกว่าเฝ้าปิดปากคนอื่น • เหนื่อยกายหลับสนิท เหนื่อยจิตหลับไม่ลง • ไม่หยุดไม่ถึงพระ ไม่ละไม่ถึงธรรม • ลำบากเพราะการงาน ดีกว่าสำราญแล้วกลุ้ม • มั่งมีเพราะประหยัด อัตคัตเพราะฟุ่มเฟือย • คุณความดีมีมาก ส่วนที่หายากคือคนทำดี • ทำอะไรตามใจว่า สร้างปัญหาให้ตัวเอง • อามิสเป็นเพียงสิ่งอาศัย ความสุขใจอยู่ที่ความสงบ • ความสุขที่ได้จากตัณหา มีค่าเท่ากับความทุกข์ • สะดวกนักมักง่าย สบายนักมักลืมตัว • การรู้จักปล่อยวาง เป็นวิถีทางสงบสุข • เวลาไม่ได้ทำให้คนเสียคน คนต่างหากทำให้เสียเวลา • เหล้าไม่ได้ทำให้คนเมา คนต่างหากเมาเหล้า • สัตว์ไม่ได้โหดร้ายกว่าคน คนต่างหากโหดร้ายกว่าสัตว์ • ศีลธรรมไทยได้เสื่อม คนต่างหากเสื่อมจากศีลธรรม • ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหากเป็นความสุข • สังคมวุ่นวาย เพราะอบายมุข • ทำแล้วไม่พูด ดีกว่าพูดแล้วไม่ทำ • มีทรัพย์อับปัญญา จะพาให้เดือดร้อน • เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย คืออุบายการประหยัด • แต่งแต่กายไร้ค่า ถ้าไม่แต่งใจ • คิดเอาแต่ได้ จะเสียใจภายหลัง • เป็นอยู่อย่างบัณฑิต จะมีชีวิตอย่างปลอดภัย • จงทำตามความถูกต้อง อย่าทำเพราะความถูกใจ • ทำอารมณ์ให้ผ่องใส เป็นอุบายแก้ทุกข์ • พัฒนาไปจะไร้ผล ถ้าทุกคนหวังแต่เงิน • อยู่นานไปจะไร้ชาติ ถ้าขาดความสามัคคี • คิดไปก็ไร้คุณ ถ้ามัววุ่นอยู่แต่คิด • ทำไปก็ไร้ค่า ถ้าไม่กล้าจะทำจริง • ยิ่งทำไปยิ่งได้บุญ ถ้าเกื้อกูลกันและกัน • ภาวนาให้ใจสงบ จะได้พบสันติภาพ • บอกบุญบ่อย ๆ จะถอยศรัทธา บอกถูกเวลา ศรัทธาเจริญ • ถ้าผูกใจเจ็บ จะเจ็บใจเรา ถ้าเมตตาเขา ใจเราสบาย • ความคิดริษยา พาใจให้วุ่น เมตตาการุณ อบอุ่นไมตรี • ความกังวลใจ เป็นภัยเป็นพิษ สำรวมความคิด ชีวิตเบิกบาน • โลกที่สับสน เพราะคนวุ่นวาย จะสุขสบาย เป็นเรื่องของคน • ถ้าปล่อยก็ว่าง ถ้าวางก็เบา ถ้าเอาก็หนัก • ถ้าจะพัฒนาเขา ให้พัฒนาตัวเราก่อน • ขยันไม่สันโดษ ทุกข์โทษจะตามมา • บ้างเมืองจะพินาศ เพราะคนในชาติกอบโกย • ระฆังดังเมื่อคนตี คนดีไม่ต้องตีก็ดัง • ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าหลงใหลลืมตัว • ทำอะไรตามอารมณ์ ทุกข์ระทมจะตามมา • หลงทางเหนื่อยกาย หลงงมงายให้แต่โทษ • ความดีอยู่ที่การเสียสละ ชัยชนะอยู่ที่ขันติธรรม • ดูตัวเราคอยเฝ้าดูความคิด ดูญาติมิตรให้พินิจความดี • หลงอามิสมืดมิดมัวตา หลงปริญญาเพิ่มมานะทิฐิ • ขับรถช้า ๆ เทวดาคุ้มครอง ขับรถคะนองผีจองเฝ้าป่าช้า • หญิงชายจะไร้เพศ ถ้าปฏิเสธศีลธรรม • โลกนี้ไม่มีปัญหา ถ้าศึกษาให้รู้ความจริง • สิ่งที่ได้มาเปล่าคือความเฒ่าชรา สิ่งที่ต้องแสวงหาคือคุณค่าของชีวิต • โลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง • ความร้อนอบอ้าวจะมาก่อนฝน ความลำบากยากจนจะมาก่อนความสุข • โลกนี้แจ่มใสสำหรับคนใจกว้าง โลกนี้เวิ้งว้างสำหรับคนใจดำ • วาจาอ่อนหลานลูกหลานใกล้ชิด วาจาเป็นพิษญาติมิตรห่างไกล • อดีตจะหมดจดอนาคตจะสดใส ต้องแก้ไขที่ปัจจุบัน • ถ้าถือคนบ้า ถ้าท้าคนเมา ถ้าเข้าคนผิด จะเป็นพิษแก่ตัว • อุปสรรคปัญหา เป็นที่มาของความสำเร็จ • ทำดีไม่ได้ผล เพราะทำตนลุ่ม ๆ ดอน ๆ • มีเงินล้นฟ้า ไม่เท่าค่าของคน • ทำความดีแล้วตาย ดีกว่าอยู่สบายไม่ทำประโยชน์ • คนดียินดีทำทาน คนอันธพาลระรานทำลาย • ผู้ใหญ่หลงลืมตัว น่ากลัวกว่าเด็กดื้อ • สัตว์ตายเพราะเหยื่อ คนถูกเบื่อเพราะอามิส • ขับรถซิ่งซิ่ง จะวิ่งไปตาย ขับรถมักง่าย จะตายฟรีฟรี • เห็นคนเมา เท่ากับเห็นคนบ้า เห็นคนขี้ยา เหมือนเห็นคนตาย • ถ้าไม่อยากยากจน อย่างทำตนเป็นคนมั่งมี ถ้าอยากเป็นเศรษฐี ให้ทำทีเป็นคนจน • เมาสุราพาให้ประมาท เมาอำนาจพาชาติล่มจม • ความดังไม่คงที่ ความดีไม่เปลี่ยนแปลง • ไม่ระวังปาก ได้ศัตรู ไม่ระวังหู ขาดหมู่ญาติมิตร • ชีวิตจะผิดหวัง ถ้ามัวแต่นั่งนอนคอย • คนฉลาดที่ขาดคุณธรรม เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้ • ความหรูหราของชาวสังคม เป็นค่านิยมที่เสื่อม • พูดตั้งพันคำ สู้ทำให้ดีไม่ได้ • อย่าคบคนชั่วเป็นมิตร อย่าทำบัณฑิตให้เป็นศัตรู • ความงามอยู่ที่ความดี ความมั่งมีอยู่ที่ความสันโดษ • แมลงวันชอบของเน่า คนโง่เขลาชอบทำบาป • การรักษาศีลห้า ช่วยแก้ปัญหาโรคเอดส์ • ถ้าไม่ได้ทำความดี มีชีวิตอยู่ร้อยปีก็ไร้ค่า • ฟังมากได้ปัญญา ไม่ระวังวาจาได้โทษ • โอกาสที่ดีของคน ขึ้นอยู่กับความสนใจ • วิชาให้ความฉลาด ถ้าขาดธรรมก็ให้โทษ • คนฉลาดขาดความดี เป็นคนอัปรีย์สังคม • ถ้าจะทำตัวให้เหมือนเขา ให้ดูเงาตัวเราก่อน • ทุกสิ่งดูน่ารัก ถ้ารู้จักดูส่วนดี • สุริยุปราคา พระอาทิตย์มืดมัว จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวเราเอง • เศษกองขยะ เกะกะทั่วบ้าน เศษคนอันธพาล รำคาญทั่วเมือง • พูดให้เขารัก ยากนักยากหนา พูดให้เขาด่า ว่าง่ายนิดเดียว • ติดคุกมีเวลาพ้นโทษ คนที่มักโกรธ ถูกทำโทษตลอดกาล • ความสุขมิได้อยู่ที่ความมั่งมี การทำใจให้พอดี คือยอดความสุข • คนดี ดีกว่าของดี มีคนดี ดีกว่ามีของดี อยากเป็นคนดี ต้องทำความดี • ชีวิตจะมีค่า เพราะทำเวลาให้มีคุณ • คุณสมบัติประจำชีวิต คือสุจริตประจำใจ • ความเจริญทางวัตถุ ยั่วยุให้คนลืมตัว • อย่าเป็นทุกข์ในสิ่งที่เสียไป จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ • พระดังอาจจะไม่ดี พระดีอาจจะไม่ดัง • ความขยันเป็นคุณสมบัติของคน ความอดทนเป็นคุณสมบัติของพระ • ชีวิตคือสนามรบ จะต้องพบทั้งความแพ้ความชนะ • ถึงยากจนก็เหมือนมั่งมี ถ้ายินดีในสิ่งที่มีอยู่ ถึงมั่งมีก็เหมือนยากจน ถ้าไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ • ร่างกายนี้เป็นโลกอนิจจัง เป็นเรือนของโรค เป็นที่อยู่โรค
น้าแรก
ข้อมูลทั่วไป
วิสัยทัศน์พันธกิจ
าพกิจกรรม
ข้อมูลการท่องเที่ยว
ว็บบอร์ด อบต.แม่ลาว

เมนูหลัก
   หน้าหลัก
   ข้อมูลทั่วไป
   วิสัยทัศน์พันธกิจ
   อำนาจหน้าที่
   กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
   ภาพกิจกรรม
   เว็บบอร์ด อบต.แม่ลาว
   ติดต่อเรา
   แผนที่

โครงสร้างองค์กร
   คณะผู้บริหาร
   สภาอบต.
   สำนักงานปลัด
   กองคลัง
   กองการศึกษา
   กองช่าง
   กองสาธารณสุข

แผนงาน อบต.
   แผนพัฒนา 3 ปี
   แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี
   แผนการดำเนินงาน
   การติดตาม และประเมินผล
   ข้อบัญญัติงบประมาณ
   แผนอัตรากำลัง
   แผนพัฒนาบุคลากร
   แผนจัดหาพัสดุ/จัดซื้อจัดจ้าง
   แผนป้องกันการทุจริต 4 ่ปี

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
   สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
   โครงการลดขั้นตอน
   ข่าวสาร อบต.
   การจัดการองค์ความรู้
   ประกาศคำสั่งชำระภาษี
   ข้อมูลการท่องเที่ยว
   คำสั่งงานบุคลากร
   วารสาร อบต.
   กิจการสภา
   แบบฟอร์มติดต่อราชการ
   แผ่นพับเผยแพร่/เอกสารความรู้
   บันทึกการประชุมคณะผู้บริหาร

โอน / เปลี่ยนแปลง
   เปลี่ยนแปลง
   โอนงบประมาณ
   รายงานผลการดำเนินงาน

เฟชบุ๊คองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ

:::พยากรณ์อากาศ::::

:::ราคาน้ำมันวันนี้::::

ข้อมูลอาเซี่ยน


อาเซียน (ASEAN) เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฎิญญาว่าด้วย ความร่วมมืออาเซียนเห็นชอบ ให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดำเนินการ ไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมือง ระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสองประเทศ

จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง และสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ในปีนั้นเองจะมีการเปิดกว้างให้ประชาชนในแต่ละประเทศสามารถเข้าไปทำงานในประเทศ อื่น ๆ ในประชาคมอาเซียนได้อย่างเสรี เสมือนดังเป็นประเทศเดียวกัน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการมีงานทำของคนไทย ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน


ความเป็นมาของอาเซียน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) หรือ ปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 สมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมามีประเทศสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุส-ซาลาม เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา ตามลำดับ จึงทำให้ปัจจุบันอาเซียน มีสมาชิก 10 ประเทศ

"อาเซียน" สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558

ปัจจุบัน บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้อาเซียนต้องเผชิญ สิ่งท้าทายใหม่ๆ อาทิ โรคระบาด การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ อีกทั้ง ยังมีความจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง และในเวทีระหว่างประเทศ ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องกันว่า อาเซียนควรจะร่วมมือกันให้เหนียวแน่น เข้มแข็ง และมั่นคงยิ่งขึ้น จึงได้ประกาศ "ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน ฉบับที่ 2" (Declaration of ASEAN Concord II) ซึ่งกำหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่

- ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community - APSC) มุ่งให้ประเทศกลุ่มสมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แก้ไขปัญหาระหว่างกันโดยสันติวิธี มีเสถียรภาพและความมั่นคงรอบด้าน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของเหล่าประชาชน

- ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) มุ่งเน้นให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆได้โดย

- ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio - Cultural Community - ASCC) มุ่งหวังให้ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทางสังคม มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน และมีสังคมแบบเอื้ออาร โดยจะมีแผนงานสร้างความร่วมมือ 6 ด้าน คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน การลดช่องว่างทางการพัฒนา

ซึ่งต่อมาผู้นำอาเซียนได้ตกลงให้มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นมาเป็นภายในปี 2558

ประชาคมอาเซียน คือ

ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ การรวมตัวของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นชุมชนที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือส่งท้าท้าย ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยสมาชิกในชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และสมาชิก ในชุมชนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


จุดประสงค์หลักของอาเซียน

ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่

1. ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

2. ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

3. เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

4. ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม

7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ ภาษาอาเซียน

ภาษาทางการที่ใช้ในการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก คือ ภาษาอังกฤษ

คำขวัญของอาเซียน

"หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม"

(One Vision, One Identity, One Community)

อัตลักษณ์อาเซียน

อาเซียนจะต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกันของตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของในหมู่ประชาชนของตน เพื่อให้บรรลุชะตา เป้าหมาย และคุณค่าร่วมกันของอาเซียน


สัญลักษณ์อาเซียน

คือ ดวงตราอาเซียนเป็น

รูปมัดรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นวงกลม

สีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาว และสีน้ำเงิน

รวงข้าวสีเหลือง 10 ต้น หมายถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาสมาชิกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศ ให้มีอาเซียนที่ผูกพันกันอย่างมีมิตรภาพและเป็นหนึ่งเดียว

วงกลม เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเอกภาพของอาเซียน

ตัวอักษรคำว่า asean สีน้ำเงิน อยู่ใต้ภาพรวงข้าว แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคง สันติภพ เอกภาพ และความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียน

สีเหลือง : หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

สีแดง : หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ

สีขาว : หมายถึง ความบริสุทธิ์

สีน้ำเงิน : หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง

ธงอาเซียน

ธงอาเซียนเป็นธงพื้นสีน้ำเงิน มีดวงตราอาเซียนอยู่ตรงกลาง แสดงถึงเสถียรภาพ สันติภาพ ความสามัคคี และพลวัตของอาเซียน สีของธงประกอบด้วย สีน้ำเงิน สีแดง สีขาว และสีเหลือง ซึ่งเป็นสีหลักในธงชาติของบรรดาประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้งหมด

วันอาเซียน

ให้วันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันอาเซียน

เพลงประจำอาเซียน (ASEAN Anthem)

คือ เพลง ASEAN WAY

กฎบัตรอาเซียน

กฎบัตรอาเซียน กำหนดให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปฏิบัติตามหลักการดังต่อไปนี้

1. เคารพเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และอัตลักษณ์แห่งชาติของรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง

2. ผูกพันและรับผิดชอบร่วมกันในการเพิ่มพูนสันติภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งของภูมิภาค

3. ไม่รุกรานหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังหรือการกระทำอื่นใดในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

4. ระงับข้อพิพาทโดยสันติ

5. ไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียน

6. เคารพสิทธิของรัฐสมาชิกทุกรัฐในการธำรงประชาชาติของตนโดยปราศจากการแทรกแซง การบ่อนทำลาย และการบังคับจากภายนอก

7. ปรึกษาหารือที่เพิ่มพูนขึ้นในเรื่องที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ร่วมกันของอาเซียน

8. ยึดมั่นต่อหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล หลักการประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ

9. เคารพเสรีภาพพื้นฐาน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม

10. ยึดถือกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่ รัฐสมาชิกอาเซียนยอมรับ

11. ละเว้นจากการมีส่วนร่วมในการคุกคามอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนหรือเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐสมาชิกอาเซียน

12. เคารพในวัฒนธรรม ภาษา และศาสนาที่แตกต่างของประชาชนอาเซียน

13. มีส่วนร่วมกับอาเซียนในการสร้างความสัมพันธ์กับภายนอกทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยไม่ปิดกั้นและไม่เลือกปฏิบัติ

14. ยึดมั่นในกฎการค้าพหุภาคีและระบอบของอาเซียน

ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรจาก AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน)

ประชาคมอาเซียนที่จะถือกำเนิดในปี 2558 นั้น คนไทยจะได้ประโยชน์อะไร แน่นอนเราคงอยากทราบ แต่ในชั้นนี้ขอจำกัดเฉพาะทางเศรษฐกิจก่อน

ประการแรก ไทยจะ "มีหน้ามีตาและฐานะ" เด่นขึ้นประชาคมอาเซียนจะทำให้เศรษฐกิจ "ของเรา" มีมูลค่ารวมกัน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีขนาดใหญ่อันดับ 9 ของโลก ยังประโยชน์แก่คนไทยทุกคนที่จะได้ยืนอย่างสง่างาม "ยิ้มสยาม" จะคมชัดขึ้น

ประการที่สอง การค้าระหว่างไทยกับประเทศอาเซียนจะคล่องและขยายตัวมากขึ้น กำแพงภาษีจะลดลงจนเกือบจะหมดไป เพราะ 10 ตลาดกลายเป็นตลาดเดียว ผู้ผลิตจะส่งสินค้าไปขายในตลาดนี้และขยับขยายธุรกิจของตนง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็จะมีทางเลือกมากขึ้นราคาสินค้าจะถูกลง

ประการที่สาม ตลาดของเราจะใหญ่ขึ้น แทนที่จะเป็นตลาดของคน 67 ล้านคน ก็จะกลายเป็นตลาดของคน 590 ล้านคน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ เพราะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยสามารถส่งออกไปยังอีกเก้าประเทศได้ราวกับส่งไปขายต่างจังหวัด ซึ่งก็จะช่วยให้เราสามารถแข่งขันกับจีนและอินเดียในการดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น

ประการที่สี่ความเป็นประชาคมจะทำให้มีการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารคมนาคมระหว่างกันเพื่อประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน แต่ก็ยังผลพลอยได้ในแง่การไปมาหาสู่กัน ซึ่งก็จะช่วยให้คนในอาเซียนมีปฏิสัมพันธ์กัน รู้จักกัน และสนิทแน่นแฟ้นกันมากขึ้น เป็นผลดีต่อสันติสุข ความเข้าใจอันดีและความร่วมมือกันโดยรวม นับเป็นผลทางสร้างสรรค์ในหลายมิติด้วยกัน

ประการที่ห้า โดยที่ ไทยตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางบนภาคพื้นแผ่นดินใหญ่อาเซียน ประเทศไทยย่อมได้รับประโยชน์จากปริมาณการคมนาคมขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับจีน (และอินเดีย) มากยิ่งกว่าประเทศอื่นๆ บริษัทด้านขนส่ง คลังสินค้า ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน จริงอยู่ ประชาคมอาเซียนจะยังผลทั้งด้านบวกและลบต่อประเทศไทย ขึ้นอยู่กับพวกเราคนไทยจะเตรียมตัวอย่างไร แต่ผลทางบวกนั้นจะชัดเจน เป็นรูปธรรมและจับต้องได้

ท้องถิ่นกับอาเซียน

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรืออาเซียน (ASEAN) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งคือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่ได้ลงนามในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ต่อมาบรูไนดารุสซาลาม เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา เข้ามาเป็นสมาชิกตามลำดับ ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ


ในพ.ศ. 2558 อาเซียนได้วางแนวทางในการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายใต้การทำงานใน 3 ประชาคมซึ่งได้แก่ (1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security Community)(2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) และ (3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio Cultural Community)

ในการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยมีบทบาทในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้เป็นระบบและสะดวกต่อการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมทางถนน ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการขยายฐานการผลิต อาทิไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจต้องประสานความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) การพัฒนาส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ด้วยการดูแลและช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่โดยอาจจะต้องมีนโยบายในการส่งเสริมอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม เปิดรับวิสัยทัศน์ในกระบวนการผลิตแบบใหม่ เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นมาตรฐานเท่าเทียมกับระดับสากล ดูแลช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในท้องถิ่นรวมถึงวิสาหกิจชุมชนและทบทวนนโยบายและบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมการลงทุนภายในท้องถิ่น (3) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการเร่งปรับระบบการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งจะต้องจัดการอย่างเป็นระบบโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเฝ้าระวังการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการกำหนดแผนและมาตรการป้องกันและบรรเทาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม และทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (4) การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต โดยต้องมีแนวนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ อาทิ การป้องกันโรคระบาด การจัดการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน การจัดการศึกษา การบริหารจัดการเรื่องแรงงานต่างด้าว การจัดสวัสดิการให้แก่แรงงาน รวมทั้งการเตรียมรับผลกระทบจากปัญหาสังคมและสาธารณสุขที่อาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายแรงงานและนักท่องเที่ยวโดยเสรียิ่งขึ้น อาทิโรคระบาด ความขัดแย้งทางสังคมและเชื้อชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติ (5) การรักษาความสงบเรียบร้อย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีบทบาทมากขึ้นในการเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรม เช่น พัฒนาระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว รวมทั้งร่วมกับชุมชนในการกำหนดกติกาและหลักเกณฑ์ของชุมชนสำหรับแรงงานต่างด้าว และ (6) การจัดการด้านภาษา วัฒนธรรมและจารีตประเพณี โดยส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ด้านภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศเพื่อนบ้านตามความจำเป็น ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประเทศเพื่อนบ้าน


นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยอาจต้องประสานความร่วมมือกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ในการปรับบทบาทและภารกิจของตน พัฒนาความรู้ความสามารถทางภาษาของข้าราชการเจ้าหน้าที่รวมทั้งภาษาอื่น ๆ ในอาเซียนตามความจำเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบางพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก อาจต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรโดยการสร้างกองใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น กองวิเทศสัมพันธ์ตามความจำเป็น รวมทั้งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการพัฒนา จัดการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน


นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วประชาชนก็ควรเตรียมพร้อมในการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนดังนี้

(1) ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของอาเซียนและประชาคมอาเซียน

(2) ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเนื่องจากประเทศในอาเซียนมีความแตกต่างหลากหลายและเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน

(3) เพิ่มพูนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเนื่องจากภาษาอังกฤษได้รับการกำหนดให้เป็นภาษาราชการของอาเซียนตลอดจนภาษาต่าง ๆ ของประเทศในอาเซียนตามความจำเป็น

(4) รับรู้และเตรียมพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศและ

(5) ผู้ประกอบการแรงงานต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เด่นชัด


องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว โดยการนำของนายชัยวัฒน์ กิตติศักดิ์กำจร (นายก อบต.แม่ลาว)เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตื่นตัวต่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และได้ดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าสู่อาเซียน




สาส์นจากผู้บริหาร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว
นายชัยวัฒน์ กิตติศักดิ์กำจร
นายก อบต.แม่ลาว

ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว
นายวัชรพงษ์ บุญนะ
ปลัดอบต.แม่ลาว


ร้องเรียน - ร้องทุกข์

สายตรงนายก


















จังหวัดพะเยา

กรมพัฒนาทีดิน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา







 


:::อัตราแลกเปลี่ยนเงิน::::

จำนวนผู้เข้าชมAEC  AmazingCounters.com คน

.::: องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา :::.
เลขที่ 87 หมู่ที่ 12 ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 56110
Tel 0-5488-3238-9 ,0-5488-3239
E-mail :maelaolocal@hotmail.com